เซี่ยงไฮ้อิเล็กทริกเผยรายงานความยั่งยืน ชูความสำเร็จด้านนวัตกรรม สิ่งแวดล้อมและสังคม

เซี่ยงไฮ้ อิเล็กริก (Shanghai Electric) เปิดตัวรายงานความมั่นคงยั่งยืนกล่าวถึงหัวข้อด้านสภาพแวดล้อม สังคม รวมทั้งธรรมาภิบาล (ESG) รายปี 2565 

เซี่ยงไฮ้อิเล็กทริกเผยรายงานความยั่งยืน

ข่าว เพื่อบ่งชี้ถึงความบากบั่นของบริษัทสำหรับเพื่อการเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศด้านสภาพแวดล้อม สังคม และก็ธรรมาภิบาลของหน่วยงาน รวมทั้งการกำหนดทางเพื่อบรรลุความมั่นคงและยั่งยืนสำหรับบริษัท ชุมชน รวมทั้งสังคมโดยรวม รายงานได้เจาะจงถึงผลงานของบริษัทสำหรับการขยายภาคส่วนกำลังไฟฟ้าตามจุดหมายการปลดปล่อยคาร์บอนจำนวนต่ำของจีน ตลอดจนการบรรลุเป้าหมายจากการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านสิ่งใหม่โซลูชัน แนวปฏิบัติสำหรับในการปกป้องรักษาระบบนิเวศ รวมทั้งความริเริ่มคิดสร้างสรรค์สำหรับในการสร้างเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ชุมชน เซี่ยงไฮ้ อิเล็กริก เป็นหัวหน้าทางด้านเทคโนโลยีรวมทั้งโซลูชันเวียน เพื่อช่วยจีนและก็ประเทศต่างๆทั้งโลกแปรไปใช้แหล่งพลังงานใหม่ โดยยังคงดำเนินตามยุทธวิธี ที่เน้นที่การทดแทนพลังงาน การเพิ่มสมรรถนะ รวมทั้งวิธีการรีไซเคิลทรัพยากร เพื่อขับการพัฒนาคาร์บอนที่สร้างคาร์บอนต่ำในปี 2565 ประหยัดพลังงานแล้วก็การปลดปล่อยแก๊สปรากฏการณ์เรือนกระจก นอกจากนั้น บริษัทยังเพียรพยายามที่จะลดผลพวงต่อสภาพแวดล้อมจากกิจกรรมทางธุรกิจ โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อยกฐานะความรู้ความเข้าใจสำหรับในการผลิตที่ดีต่อสภาพสิ่งแวดล้อม ข่าวธุรกิจ ดังนี้ เซี่ยงไฮ้ อิเล็กริก ได้ก่อตั้งบริษัทสาขาด้านพลังงานที่ใหม่ในปี 2565 โดยอาศัยการจับคู่พลังงานที่นานัปการเป็นแกนหลักในการพัฒนาธุรกิจ ยกฐานะบริการแบบบูรณาการศูนย์รวมการสร้างกระแสไฟฟ้า กริด โหลด และก็การจัดเก็บพลังงานเข้าไว้ร่วมกัน บริษัทใหม่นี้ช่วยเสริมความรู้ความเข้าใจของเซี่ยงไฮ้ อิเล็กริก สำหรับการพรีเซนเทชั่นบริการครบวงจรที่ครอบคลุมด้านลม พลังงานลม โซล่าเซลล์ การจัดเก็บพลังงาน พลังงานความร้อน รวมทั้งพลังงานไฮโดรเจน ปี 2565 ยังเป็นปีที่เปิดตัวบริษัท เซี่ยงไฮ้ ไฮโดรเจน ซือไถ่ เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่เกื้อหนุนความเอาจริงเอาจังของเซี่ยงไฮ้ อิเล็กริก ในการพัฒนาแหล่งพลังงานไฮโดรเจนที่สะอาด เซี่ยงไฮ้ อิเล็กริก ให้ความใส่ใจกับความรับผิดชอบต่อสังคมพร้อมกันกับความทนทานแล้วก็การเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจ บริษัทได้ดำเนินตามความริเริ่มคิดสร้างสรรค์อย่างเอาจริงเอาจังเพื่อสนับสนุนการบูรณะต่างจังหวัดและก็มอบทุนส่งเสริมในแผนการต่างๆเพื่อยกฐานะการใช้ชีวิตของคนเราในชุมชนที่ขาดจังหวะ และก็ผลักดันการจ้างแรงงานในเขตแดน

แนะนำข่าวธุรกิจ อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กเลย :  ‘ไทยเที่ยวญี่ปุ่น’ บูมแตะ 1 ล้านคนปี 66 แพ็กเกจทัวร์ ‘โลว์ซีซัน’ ราคาร่วง 20%

‘ไทยเที่ยวญี่ปุ่น’ บูมแตะ 1 ล้านคนปี 66 แพ็กเกจทัวร์ ‘โลว์ซีซัน’ ราคาร่วง 20%

สโมสรไทยบริการท่องเที่ยว (หนหนเอเอประเมินแนวโน้มตลาดชาวไทยท่องเที่ยวต่างถิ่นปี 2566 คาดมีปริมาณ 6-7 ล้านคน ฟื้นราว 70% จากปริมาณ 11-12 ล้านคนเมื่อปี 2562 ก่อนวัววิด-19 ระบาด มีตลาด คนประเทศไทยท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น‘ เป็นหัวหอกนำทางการฟื้นฟูสภาพ!

'ไทยเที่ยวญี่ปุ่น' บูมแตะ 1 ล้านคนปี 66

ข่าว รุ่งเรือง วังนานนท์ นายก ครั้งครั้งเอเอ กล่าวกับ กรุงเทวดาธุรกิจ” ว่า สัมพันธ์ฯ ได้แลกข้อมูลทางการตลาดกับ หน่วยงานผลักดันการท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น” (JNTO) ประเมินว่าทั้งปี 2566 คงจะมีชาวไทยท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นถึง ล้านคน จากสาเหตุเที่ยวบินทางไทยประเทศญี่ปุ่นฟื้นเพิ่มมากขึ้น ความสบายสบายประเด็นการเดินทางแล้วก็อาหาร ในตอนที่กำลังซื้อด้านท่องเที่ยวต่างชาติของชาวไทย พบว่ามีเงินก้อนขนาดเล็กลง ก็เลยเลือกเดินทางไปซื้อที่ประเทศญี่ปุ่นแทนการไปท่องเที่ยวยุโรป! ประกอบกับ ราคาแพ็กเกจทัวร์ประเทศญี่ปุ่น” ในไตรมาส ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม นี้เป็นต้นไปซึ่งไปสู่ตอนโลว์ซีซัน บริษัททัวร์กำหนดราคาขายเริ่มที่ 2.5-2.9 หมื่นบาทขึ้นไป ปรับน้อยลง 20% จากก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาที่มีการขายแพ็กเกจทัวร์ราคาเริ่ม หมื่นบาทจนกระทั่งระดับ หมื่นบาทปลายตั้งแต่ประเทศญี่ปุ่นเปิดประเทศเมื่อเดือน เดือนตุลาคม 2565 จนกระทั่งพีคซีซันตอนเทศกาลวันสงกรานต์ก่อนหน้านี้ ซึ่งถูกปรับราคาขึ้นกว่า 30% จากแรงกดดันสภาวะเงินเฟ้อ รายงานข่าวสารจาก JNTO บอกว่าข่าวธุรกิจ เหตุการณ์ตลาดนักเดินทางไทยเดินทางเข้าญี่ปุ่นในไตรมาส 1/2566 ตั้งแต่เดือน มกราคมมี.ค. พบว่ามีปริมาณ 244,700 คน ฟื้น 70% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันเมื่อปี 2562 ซึ่งมีปริมาณ 347,937 คน เมื่อมองเฉพาะเดือน มี.ค. มีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น 108,000 คน ฟื้น 73% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2562 ซึ่งมีปริมาณ 147,443 คน ดังนี้ ตลาดนักเดินทางไทยเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นสูงสุดเป็นชั้น จากนักเดินทางฝรั่งทั้งผอง 4,790,300 คนภายในไตรมาส 1/2566 ฟื้น 60% เมื่อเทียบกับปริมาณ 8,053,797 คนของไตรมาสเดียวกันในปี 2562

แนะนำข่าวธุรกิจ อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กเลย :  ‘อิมแพ็ค’ ก้าวสู่ปีที่ 25 ดันหน่วยงานยืนนาน เปิดเผยปี 65 ใชัพลังงานน้อยลงได้ถึง 7%

‘อิมแพ็ค’ ก้าวสู่ปีที่ 25 ดันหน่วยงานยืนนาน เปิดเผยปี 65 ใชัพลังงานน้อยลงได้ถึง 7%

อิมแพ็ค’ ยกแผนการ ดิจิทัล รานส์ฟอร์เมชัน เดินหน้าธุรกิจในปีที่ 25 นำพาหน่วยงานสู่การเจริญเติบโตอย่างมุ่งมั่นและก็จีรังยั่งยืน สร้างคุณประโยชน์ครอบคลุมทุกด้าน เศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งสภาพแวดล้อม เปิดเผยปี 65 

ข่าว เป็นยินดีหลักการความยั่งยืนมั่นคงทางพลังงาน สามารถใชัพลังงานน้อยลงในพื้นที่นำเสนองานได้ถึง 7% นายพอลล์ กาจนถึงพาสน์ ประธานข้าราชการบริหาร บริษัท กทม.แลนด์ จำกัด (มหาชนประธานศูนย์แสดงผลิตภัณฑ์และก็การสัมมนา อิมแพ็ค เมืองทองคำเมือง พูดถึงภาพรวมการจัดการปีงบประมาณ 2566 (เดือนเมษายน 2566 – เดือนมีนาคม 2567) ซึ่งเป็นการก้าวสู่ปีที่ 25 ของ อิมแพ็ค เน้นการทำงานรูปแบบใหม่ ดิจิทัล รานส์ฟอร์เมชัน” (Digital Transformation) หรือความเคลื่อนไหวธุรกิจ โดยใช้ดิจิทัลมาเป็นหัวใจสำหรับการดำเนินการของทุกภาคส่วน ให้มีการเชื่อมต่อเข้าถึงกันหมด ไม่ว่าจะเป็นวิธีการทำงาน (Working Process) การติดต่อสื่อสารระหว่างกัน (Communication) เเละข้อมูลที่ตรงเวลา (Real Time Data) พร้อมวางกรอบแนวนโยบายมุ่งสู่หน่วยงานธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน สร้างค่าครอบคลุมทุกด้าน เศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งสภาพแวดล้อม โดยตั้งอยู่บนฐานรากการดูแลดูแลธุรกิจที่ดี ดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลการร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนการผลักดันและสนับสนุนให้กำเนิดความยั่งยืนทางพลังงานการลดผลพวงต่อสภาพแวดล้อมในทุกด้านการโต้ตอบต่อความอยากได้ของลูกค้า พร้อมกันกับการปกป้องข้อมูลส่วนตัวการเจริญเติบโตอย่างประดิษฐ์ด้วยสิ่งใหม่ที่ดีต่อสภาพสิ่งแวดล้อมการเคารพความมากมาย ให้ความทัดเทียมไม่มีการเลือกปฏิบัติ ปกป้องรักษาสิทธิมนุษยชน ยิ่งกว่านั้น ยังคงจะต้องเพิ่มสมรรถภาพของหน่วยงานรวมทั้งรักษาการเติบโตทางธุรกิจโดยตลอด 

'อิมแพ็ค' ก้าวสู่ปีที่ 25 ดันองค์กรยั่งยืน

โดยการพัฒนาความพร้อมเพรียงของบุคลากร ส่งเสริมคนรุ่นหลัง สนับสนุนการใช้ดิจิทัล รวมทั้งร่วมมือทางธุรกิจกับผู้สนับสนุนคู่ค้า สำหรับ อิมแพ็ค ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจไมซ์ (MICE) 

ให้ความเอาใจใส่แล้วก็ขมักเขม้นทำตามหนทางมาตรฐานการจัดงานอย่างยั่งยืน (TSEMS) โดยสนับสนุนให้บุคลากรตระหนักถึงขั้นตอนการปฏิบัติการตามมาตรฐาน TSEMS ซึ่งทุกฝ่ายในบริษัทฯ จะมีตัวแทนบุคลากรร่วมเป็นคณะทำงาน พรีเซนเทชั่นโครงงานปรับปรุงเพื่อความคงทนในด้านต่างๆซึ่งจัดการพร้อมกันไปกับแนวนโยบายของทาง ที่ทำการสนับสนุนการจัดสัมมนาและก็นิทรรศการ (หน่วยงานมหาชนหรือ คราวเส็บ ที่มีการจัดอบรมรอให้คำปรึกษา มาเยี่ยมชมแผนการทุกปี และก็จะตรวจประเมินรับประกันมาตรฐานในทุก ปี การวางเป้าหมายทำงานสนับสนุนหน่วยงานสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้ระบุโครงงานหลักครอบคลุมในทุกด้านทั้งยังสังคม เศรษฐกิจ ข่าวธุรกิจ รวมทั้งสภาพแวดล้อม เช่น โครงงานพลังงานสะอาดแผนการคัดขยะก่อนทิ้งแผนการลดการใช้พลาสติกโครงงานจัดแจงน้ำเสียด้านในพื้นที่เมืองทองคำจังหวัดโครงงานเปิดพื้นที่ให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์กระแสไฟฟ้าแผนการจัดซื้อผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสภาพสิ่งแวดล้อมโครงงานขยะเป็นศูนย์ (Zero Waste), แผนการอิมแพ็ค ฟาร์มแผนการช่วยเหลือการจ้างแรงงานคนภายในชุมชน เด็กนักเรียน นิสิตแผนการกล้า MICE, แผนการอิมแพ็ค ปันความเอื้อเฟื้อมอบรักสู่สังคมโครงงานหมาชุมชนเมืองทองคำจังหวัดโครงงานรถจักรยานสายตรวจชุมชนเมืองทองคำบุรีโครงงาน Hotel Sustainable ของรีสอร์ทในเครืออิมแพ็ค (โนโวเทล กรุงเทวดา อิมแพ็ค รวมทั้ง ไอบิส กรุงเทวดา อิมแพ็คฯลฯ

แนะนำข่าวธุรกิจ อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กเลย : เจ้าสัวไทยลุยขุมทรัพย์เวียดนาม เซ็นทรัลโหมค้าปลีก ไทยเบฟ ซีพี ขยายกิจการ

เจ้าสัวไทยลุยขุมทรัพย์เวียดนาม เซ็นทรัลโหมค้าปลีก ไทยเบฟ ซีพี ขยายกิจการ

เซ็นทรัลสามารถเติบโตอย่างก้าวกระโจนในเวลาอันเร็วทันใจ ซึ่ง เวียดนาม” นับเป็นตลาดที่กำลังปรับปรุง การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังออกจะขัดข้อง หรือมีปัญหาหลายด้าน 

เจ้าสัวไทยลุยขุมทรัพย์เวียดนาม

ข่าว โดยเหตุนี้การขยายธุรกิจขายปลีกซึ่งจำเป็นต้องใช้ พื้นที่” แล้วก็ ทำเลที่ตั้ง” เป็นหัวใจหลักนั้น จำเป็นที่จะต้องมีผู้สนับสนุนที่เปี่ยมคุณภาพ มีโครงข่ายหรือพลังที่ซัพพลายศาสนาเชน ซึ่งจะเป็นแต้มต่อที่สำคัญเหนือคู่ต่อสู้ ประการสำคัญขายปลีกแบบโมเดิร์นเทรดอยู่ในอัตราต่ำลงยิ่งกว่า 15% สามารถขยายตลาดสร้างการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโจนได้อีกมากมายใน10-15 ปีด้านหน้า ธุรกิจขายปลีกจะถูกปรับปรุงเพิ่มมากขึ้นจากความเป็นเมือง (Urbanization) ผู้คนมองหาการใช้ชีวิต ประสบการณ์ ผลิตภัณฑ์รวมทั้งบริการใหม่ๆตอบปัญหาการใช้ชีวิตมากเพิ่มขึ้น แลนด์เคขายปลีกกำลังจะกลับหน้าตาครั้งใหญ่เป็นจังหวะสำคัญของภาคธุรกิจขายปลีก โดยวางโรดแมปการขยายกิจการในเวียดนาม ปีจากนี้ ตระเตรียมงบประมาณลงทุนกว่า 50,000 ล้านบาท ขยายโครงข่ายธุรกิจภายใต้วัตถุประสงค์สร้างยอดจำหน่ายนิวไฮทะลุ 1.5 แสนล้านด้านในปี 2570 ซึ่งงบประมาณดังที่กล่าวมาแล้วไม่รวมงบประมาณพิเศษสำหรับในการซื้อธุรกิจ และก็เฉพาะปี 2566 นี้ ใช้งบประมาณกว่า 6,000 ล้านบาท ขยายสาขาใหม่รวมทั้งปรับปรุงแก้ไขธุรกิจ เดี๋ยวนี้ ขายปลีกกรุ๊ปเซ็นทรัลในเวียดนามมีร้านรวงกว่า 340ที่ พื้นที่รวม 1.2 ล้านตำรวจมัธยม ใน 40 จังหวัด คิดเป็น 85% ของจีดีพีเวียดนาม ใน ปีด้านหน้าจะดับเบิ้ลร้านขายของมากขึ้นเป็นไม่น้อยกว่า 600ที่ ข่าวธุรกิจ ย้อนกลับมาการเข้าลงทุนในปี 2555 ของเซ็นทรัลในตลาดเวียดนามลงทุนไปแล้วกว่า 15,000 ล้านบาท ไม่นับรวมงบประมาณซื้อธุรกิจสร้างอาณาจักรขายปลีกจากประเทศไทยก้าวขึ้นทำเนียบหัวหน้าขายปลีกต่างประเทศรายใหญ่สุดในเวียดนาม ในฐานะเบอร์ ไฮเปอร์มาร์เก็ตรวมทั้งเบอร์ 2ห้างสรรพสินค้าไลฟ์สไตล์ ในปี 2565 ยอดจำหน่ายในเวียดนามครอบครองรูปร่างรายได้ 25% ของยอดจำหน่ายรวมเซ็นทรัล รีเทล “เซ็นทรัล รีเทล มีโครงข่ายธุรกิจที่แข็งแรงทั้งยังในโฮจิมินห์ ฮานอย พวกเรามีคอนเทนต์ที่จัดการ และก็เป็นหัวหน้าที่ไม่มีผู้ใดตีแตกได้จากนี้เป็นการมุ่งสู่จุดหมายเบอร์ ด้านออมนิแชนแนลในกรุ๊ปฟู้ด รวมทั้งชั้น ในกรุ๊ปพร็อพเพอร์ตี้ของเวียดนามปัจจุบันนี้ ตลาดขายปลีกเวียดนามราคา 49.7 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 1.69 ล้านล้านบาท โมเดิร์นเทรด” มีรูปทรงอยู่เพียงแค่ 11% ราวๆ 5.7 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.94 แสนล้านบาท ก็เลยเป็นช่องทางพรั่งพร้อมในอนาคต สำหรับกองทัพขายปลีกของเซ็นทรัลนำโดย กรุ๊ปฟู้ดที่มีเรือธง GO! ไฮเปอร์มาร์เก็ต 38 สาขา ท็อปส์ มาร์เก็ต 10 สาขา Mini go! ซูเปอร์มาร์เก็ต สาขา แล้วก็ลานชี มาร์ท 24 สาขา กรุ๊ปพร็อพเพอร์ตี้” สร้างแลนด์มาร์กห้างสรรพสินค้า GO! รวม 39 สาขา และก็กรุ๊ปนอนฟู้ดเช่น เหงียนคิม ซูเปอร์สปอร์ต ปะทุโบ และก็โรบินส์

แนะนำข่าวธุรกิจ อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กเลย :  คนอ่านประทับใจ “การ์ตูน-วัยรุ่น” อาทิตย์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 51 โกย 351 ล้าน

คนอ่านประทับใจ “การ์ตูน-วัยรุ่น” อาทิตย์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 51 โกย 351 ล้าน

จบลงแล้วงานอาทิตย์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 51 ผู้คนรักการอ่าน นักอ่านร่วมงานล้นหลักล้านคน ผู้ประกอบกิจการสถานที่พิมพ์ ร้านจำหน่ายหนังสือออกบูธจนกระทั่งทำเงินแพร่ 351 ล้านบาท 

นักอ่านถูกใจ การ์ตูน-วัยรุ่น สัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 51

ข่าว จบลงแล้วงานอาทิตย์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 51 ผู้คนรักการอ่าน คนที่ชอบอ่านหนังสือร่วมงานล้นหลักล้านคน ผู้ประกอบธุรกิจสถานที่พิมพ์ ร้านจำหน่ายหนังสือออกบูธจนกระทั่งทำเงินขยาย 351 ล้านบาท สโมสรผู้พิมพ์ฯ เผยตัวเลขผู้อ่านร่วมงาน “อาทิตย์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 และก็ อาทิตย์หนังสือนานาประเทศ ครั้งที่ 21″ สำหรับงานประจำปีนี้ พวกหนังสือที่ได้รับความนิยมที่ผู้อ่านมีความสนใจเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น หนังสือการ์ตูนรวมทั้งวัยรุ่น และก็ หมวดหนังสือนวนิยาย วรรณกรรม รวมทั้งนิยายวาย สามารถทำยอดจำหน่ายได้ดิบได้ดี โดยยอดจำหน่ายจากทั้งยัง 2 หมวดนี้คิดเป็นสัดส่วน 44% จากยอดจำหน่ายหนังสือทั้งสิ้นของงาน ข่าวธุรกิจ โดยทุกๆวันจะพบว่ามีเหล่าแฟนๆของการ์ตูนประเด็นต่างๆร่วมต่อแถวคอยซื้อการ์ตูนที่น่าดึงดูดไว้ถือครอง เหมือนกันกับกรุ๊ปหนังสือนวนิยายยอดนิยม เนื่องจากสามารถเข้าถึงคนอ่านได้นานาประการตอนวัย ตั้งแต่วัยศึกษาไป วัยทำงาน จนกระทั่งคนแก่ โดยยิ่งไปกว่านั้นปัจจุบันนี้ที่นิยายวายเปลี่ยนเป็นหนังสือยอดนิยมจำนวนไม่ใช่น้อยและก็ถูกนำมาสร้างเป็นซีรีส์หลายต่อหลายเรื่อง

‘วอลโว่’ ยอดขายในไทยพุ่ง 71% ตั้งเป้าปี 2025 ขายรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) ตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมด้วยยอดขายที่โตขึ้นถึง 71% ในปี 2022 ตอบรับความต้องการของผู้บริโภคที่นิยมใช้รถพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น

ธุรกิจ ซึ่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยอดขายในปีที่ผ่านมาทำให้วอลโว่ คาร์ ประเทศไทยเข้าใกล้เป้าหมายในการเป็นบริษัทรถยนต์ที่จะจำหน่ายเฉพาะรถพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบเท่านั้นในปี 2025 แม้จะมีข้อจำกัดด้านการผลิตเนื่องมาจากการขาดแคลนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ในปีที่ผ่านมา แต่รถยนต์วอลโว่ยังคงได้รับกระแสตอบรับที่ดีในประเทศไทย ด้วยยอดขายรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบทั้งในรุ่น C40 Recharge Pure Electric และ XC40 Recharge Pure Electric ที่เติบโตขึ้นถึง 190% ในปี 2022 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่มากกว่าหนึ่งในสามของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดของบริษัทฯ กลุ่มผลิตภัณฑ์ตระกูล Recharge Plug-in Hybrid ก็ยังคงได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้บริโภคในประเทศไทยเป็นอย่างดี ด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้น 24% ซึ่งคิดเป็น 64.8% ของยอดขายทั้งหมดของบริษัท โดยรุ่นที่ขายดีที่สุด ได้แก่ รุ่น XC60 Recharge Ultimate T8 Plug-in Hybrid (22.7% ของยอดขาย), XC40 Recharge Pure Electric (22.2%), XC40 Recharge Ultimate T5 Plug-in Hybrid (14.7%), C40 Recharge Pure Electric (13%) และ V60 Recharge Ultimate T8 Plug-in Hybrid (9.1%) เพื่อตอกย้ำถึงความสำเร็จในการดำเนินงานของบริษัทวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้เผยแผนการจัดจำหน่ายเฉพาะรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในประเทศไทยในปี 2025 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายของ วอลโว่ โกลบอล ถึง 5 ปี ‘คริส เวลส์’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ดำเนินการจัดจำหน่ายรถวอลโว่ครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อ 50 ปีก่อน ด้วยคำมั่นสัญญาในการส่งมอบความปลอดภัยด้านการขับขี่ให้แก่คนไทย “ในวาระโอกาสครบรอบ 50 ปี เราจะขยายคำมั่นสัญญาของเราให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

‘วอลโว่’ ยอดขายในไทยพุ่ง 71% ตั้งเป้าปี 2025 ขายรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

ทั้งในด้านความปลอดภัยในการเดินทาง รวมถึงการปกป้องสิ่งแวดล้อมและโลกที่เราอาศัยอยู่อย่างยั่งยืน

“เรามีความยินดีที่ได้รู้ว่าผู้บริโภคในประเทศไทยมีความกระตือรือร้นและสนใจเกี่ยวกับรถพลังงานไฟฟ้า ข่าวธุรกิจ และเรามั่นใจว่าความมุ่งมั่นของเราที่จะจำหน่ายเฉพาะรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในปี 2025 จะประสบความสำเร็จ” วอลโว่ยังคงแสดงถึงเจตนารมณ์ในการนำเสนอพลังงานสะอาดเพื่อนำไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยนำร่องเปิดให้บริการสถานีชาร์จรถไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ณ ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายสี่แห่ง เพื่อช่วยลดอัตราค่าไฟฟ้าและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวแคมเปญ “Live Life Better with Volvo” เพื่อเชิญชวนให้ผู้คนหันมาใส่ใจ สุขภาพและสิ่งแวดล้อม สร้างจิตสำนึกรักษ์โลกและตอกย้ำความสำคัญของการใช้ชีวิตบนความยั่งยืน ผ่านกิจกรรมที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติทั้งในแบบ outdoor อย่างการปั่นจักรยาน และการวิ่งเทรล รวมถึงกิจกรรม indoor ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ณ Volvo Studio Bangkok แบรนด์ เอ็กซ์พิเรี่ยน เซ็นเตอร์ แห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยกิจกรรมเหล่านี้จะยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2023 “เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในฐานะแบรนด์ผู้ผลิตรถไฟฟ้าระดับพรีเมียม และทำตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ว่าจะเปิดตัวรถพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบอย่างน้อยปีละหนึ่งรุ่น“ในปี 2023 นี้ เราจะเปิดตัวรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบทั้งหมดถึงสองรุ่น ซึ่งทั้งสองรุ่นไม่เพียงจะมายกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่เหนือกว่า แต่ยังถูกออกแบบให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่ยั่งยืน พร้อมส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรเพื่ออนาคต และก้าวสู่เป้าหมายในการเป็นแบรนด์ที่จะผลิตและจำหน่ายรถพลังงานไฟฟ้าเท่านั้นในปี 2025” “วอลโว่ยังคงเดินหน้าสานต่อวิสัยทัศน์ในการสร้างยานยนต์แห่งอนาคตที่จะมาพร้อมระบบความปลอดภัยในการขับขี่ที่เหนือกว่า เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างที่ต้องการมากยิ่งขึ้น ให้ความอิสระ และความอุ่นใจในทุกครั้งที่อยู่ในรถวอลโว่” คริสกล่าวเสริม

แนะนำข่าวธุรกิจ อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กเลย : โซนี่ เตรียมขึ้นราคาสินค้าในญี่ปุ่นรอบ 3 เริ่ม 1 ก.พ. 66

โซนี่ เตรียมขึ้นราคาสินค้าในญี่ปุ่นรอบ 3 เริ่ม 1 ก.พ. 66

โซนี่ เตรียมขึ้นราคากล้องดิจิทัล เลนส์ และอุปกรณ์อื่น ๆ อีกประมาณ 14% เริ่มตั้งแต่ 1 ก.พ. 2566 ที่จะถึงนี้ หลังต้นทุนวัตถุดิบ-ขนส่งยังพุ่ง

โซนี่ เตรียมขึ้นราคาสินค้าในญี่ปุ่นรอบ 3 เริ่ม 1 ก.พ. 66

ธุรกิจ วันที่ 27 มกราคม 2566 โซนี่ แจ้งปรับขึ้นราคาสินค้าที่วางจำหน่ายในญี่ปุ่นหลายรายการ พร้อมเปิดเผยรายชื่อสินค้าที่จะมีการปรับราคา ซึ่งรวมถึง กล้องดิจิทัล, เลนส์, แบตเตอรี่ การ์ดหน่วยความจำทั้ง SD และ CFexpress, ลำโพง ในระดับเฉลี่ย 14% โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 ที่จะถึงนี้นอกจากสินค้าสำหรับผู้บริโภคครัวเรือนแล้ว บริษัทยังอยู่ระหว่างพิจารณาปรับราคาสินค้าสำหรับลูกค้าองค์กรอีกด้วย ทั้งนี้ในแถลงการณ์ โซนี่ได้ให้เหตุผลของการขึ้นราคาครั้งนี้ว่า เป็นผลจากหลายปัจจัย เช่น ข่าวธุรกิจ ราคาวัตถุดิบ ต้นทุนการผลิตและกระจายสินค้า ที่ต่างเพิ่มสูงขึ้นการขึ้นราคาครั้งนี้นับเป็นรอบที่ 3 ของโซนี่ หลังจากก่อนหน้านี้ยักษ์อิเล็กทรอนิกส์เคยปรับขึ้นราคาสินค้ามาแล้ว 2 ครั้ง คือ ขึ้นราคาประมาณ 8% เมื่อเดือนสิงหาคม 2565 และขึ้นราคาประมาณ 3-31% เมื่อเดือนเมษายน 2565

แนะนำข่าวธุรกิจ อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กเลย : “อีลอน มัสก์” พริ้ว! ยันสมาชิกทวิตเตอร์แบบจ่ายเงินเท่านั้นถึงมีสิทธิโหวต

 

“อีลอน มัสก์” พริ้ว! ยันสมาชิกทวิตเตอร์แบบจ่ายเงินเท่านั้นถึงมีสิทธิโหวต

นายอีลอน มัสก์ ซีอีโอของบริษัททวิตเตอร์ อิงค์ ระบุในวันอังคาร(20ธ.ค.)ว่า ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ที่สมัครบริการแบบ “ทวิตเตอร์ บลู” เท่านั้น จึงจะมีสิทธิลงคะแนนในการสำรวจความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของบริษัท

อีลอน มัสก์ พริ้ว! ยันสมาชิกทวิตเตอร์แบบจ่ายเงินเท่านั้นถึงมีสิทธิโหวต

ธุรกิจ นายมัสก์ ระบุดังกล่าว หลังจากที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์จำนวนมากลงมติให้เขาลาออกจากตำแหน่งซีอีโอของบริษัท ทั้งนี้ นายมัสก์จัดทำการสำรวจเมื่อวันอาทิตย์ โดยเปิดโอกาสให้สมาชิกทวิตเตอร์โหวตแสดงความเห็นว่าเขาควรอยู่ในตำแหน่งหรือไม่ ซึ่งเขายืนยันว่าจะปฏิบัติตามผลการโหวตดังกล่าว แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าเขาจะลาออกเมื่อใด หากผลการโหวตชี้ว่าเขาควรลาออกจากตำแหน่งซีอีโอทวิตเตอร์ผลการสำรวจพบว่า ผู้ใช้บริการทวิตเตอร์ 57.5% ลงมติให้นายมัสก์ออกจากตำแหน่ง ขณะที่ 42.5% หนุนให้เขาอยู่ในตำแหน่งต่อไป โดยมีผู้เข้าร่วมแสดงความเห็นมากกว่า 17.5 ล้านคน ทั้งนี้ “ทวิตเตอร์ บลู” เป็นบริการแบบพรีเมียมของทวิตเตอร์ ซึ่งผู้ใช้บริการจะต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน ข่าวธุรกิจ โดยได้รับสิทธิ์การเข้าใช้ฟีเจอร์ต่างๆ รวมทั้งสิทธิประโยชน์อื่นๆ
อย่างไรก็ดี ขณะนี้ทวิตเตอร์เปิดให้บริการ “ทวิตเตอร์ บลู” ในระบบ iOS ของ iPhone และ iPad เท่านั้น และให้บริการเพียง 5 ประเทศทั่วโลก ซึ่งได้แก่ สหรัฐ แคนาดา อังกฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

สยามพิวรรธน์ โชว์เคส เอเปค 2022 มุ่ง “สร้างคุณค่าสู่มูลค่า” เพื่อความยั่งยืน

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ พันธมิตรด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค 2022 ร่วมต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจาก 21 เขตเศรษฐกิจ พร้อมโชว์เคสการสร้างความยั่งยืนภายใต้แนวทาง “การสร้างคุณค่าสู่มูลค่า”

ธุรกิจ ในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) หรือ เอเปค 2022 (APEC 2022) พร้อมเปิดประตูต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจาก 21 เขตเศรษฐกิจ โดยกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหาร สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และ สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ในฐานะพันธมิตรด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ (Official Communication Partner) พร้อมนำเสนอศักยภาพองค์กรไทยผ่านโชว์เคส “การสร้างความยั่งยืน” ภายใต้แนวคิด “การสร้างคุณค่าสู่มูลค่า” (Universe of Value) สอดคล้องไปกับหลักการ Open. Connect. Balance. หรือ “เปิดกว้าง สร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” หัวข้อหลักในการประชุมสุดยอดเอเปค 2022 ครั้งนี้ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ กล่าวว่า นับเป็นโอกาสสำคัญสำหรับภาคเอกชนและประเทศไทยที่จะได้แสดงศักยภาพบนเวทีโลกในห้วงเวลาแห่งการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอีกครั้ง ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นานาประเทศต่อประเทศไทย ในการต่อยอดสู่การลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและบริการ ทั้งนี้ สยามพิวรรธน์จะนำเสนอศักยภาพขององค์กรไทยด้านความยั่งยืน ใน APEC Showcase Green Press Center ด้วยแนวคิด “การสร้างคุณค่าสู่มูลค่า” (Universe of Value) การแบ่งปันประโยชน์ให้เกิดขึ้นแก่ทุกฝ่าย (Share Value) ผนึกกำลังกับพันธมิตร (Co-Creation) เพื่อสร้างประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ทั้ง Physical Platform และ Digital Platform เกิดเป็นระบบนิเวศแห่งความสำเร็จร่วมกับพันธมิตรจากหลากหลายอุตสาหกรรม (Collaboration To Win) และสร้างความยั่งยืนผ่านทุกกระบวนการและในทุกธุรกิจที่ดำเนินการ (Sustainable Value In Process) เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันในทุกภาคส่วน ทั้งกับผู้คน สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ โครงสร้างบูธจัดแสดงของสยามพิวรรธน์ใน APEC Showcase Green Press Center ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 14-19 พ.ย.นี้ ดีไซน์โดดเด่น สอดคล้องกับแนวคิด Green Press Center ที่ออกแบบด้วยแนวคิดงานสานสีทองแห่งความรุ่งเรือง คล้าย “ชะลอม” ตราสัญลักษณ์ของงานเอเปค โดยใช้เศษวัสดุจากโรงงานเหล็กนำมาขึ้นรูป โครงสร้างภายในบูธยังผลิตด้วยวัสดุ Upcycling จากไม้เทียมที่ใช้วัสดุ Recycle พร้อมจัดแสดงข้อมูลผ่านจอดิจิทัล 360 องศาขนาดใหญ่ และ Graphic Board Lightbox ซึ่งภายหลังจัดแสดงสามารถนำกลับมาประยุกต์ใช้ต่อได้ในอนาคต ภายในบูธถ่ายทอดผลงานและความสำเร็จของสยามพิวรรธน์ตลอด 63 ปี ในการเป็นผู้พัฒนา “จุดหมายปลายทางระดับโลก” ที่ยืนหนึ่ง Global Top of Mind ทั้งในใจผู้คน ลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ รวมทั้งอุดมการณ์การดำเนินธุรกิจที่สร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน สอดคล้องหัวข้อหลักของการประชุมเอเปค 2022 “Open. Connect. Balance” ประกอบด้วย “Open” สยามพิวรรธน์สร้างสรรค์แพลตฟอร์มที่เปิดกว้างสู่โอกาสความสำเร็จร่วมกัน โดยเปิดพื้นที่ทั้งในศูนย์การค้าและบน Digital platform ให้เป็น “Open platform” ที่สร้างโอกาสพร้อมผลักดันคนไทยที่มีศักยภาพเพื่อนำไทยไปสู่เวทีโลก สนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย ทั้งด้านความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) การเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ (Well-growing) ในการสร้างงานสร้างอาชีพหลากหลายมิติ ร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ ยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และช่องทางการตลาด ให้แข่งขันได้ในตลาดโลก โดยสร้างแบรนด์ร้านค้าในศูนย์การค้าต่างๆ ได้แก่ สุขสยาม (Sook Siam) เมืองที่รวบรวมของดีจาก 77 จังหวัดทั่วไทย ปัจจุบันมีร้านค้าที่มีโอกาสเข้ามาจำหน่ายกว่า 3,000 ราย ช่วยสร้างยอดขายใน 4 ปีผ่านมาให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนนกว่า 2,000 ล้านบาท ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) ที่ได้เปิดโอกาสกับช่างฝีมือไทยผู้ประกอบการรายย่อยกว่า 800 ราย จากทั่วทุกภูมิภาคในเมืองไทยก้าวสู่การทำธุรกิจแบบโมเดิร์นเทรด และขยายสู่ร้าน franchise ในต่างประเทศ ซึ่งเปิดร้านแรกแล้วที่มาเลเซีย ODS (Objects of Desire Store) เป็นความร่วมมือกับกรมการค้าระหว่างประเทศเพื่อคัดสรรผลิตภัณฑ์และงานออกแบบที่โดดเด่นของดีไซเนอร์ที่ชนะรางวัลมาแล้วรวมกว่า 130 แบรนด์

สยามพิวรรธน์ โชว์เคส เอเปค 2022 มุ่ง สร้างคุณค่าสู่มูลค่า เพื่อความยั่งยืน

“Connect” เชื่อมพันธมิตร คู่ค้า ร้านค้า ลูกค้า และผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อร่วมฟื้นฟูส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยผนึกพันธมิตรกว่า 50 รายจาก 13 กลุ่มอุตสาหกรรม เข้าสู่ระบบนิเวศธุรกิจ (Ecosystem) สร้างธุรกิจและโครงการต้นแบบในการปฏิวัติวงการค้าปลีกจากหลักการ sharing economy นำเสนอประสบการณ์เหนือความคาดหมาย

“Balance” สร้างความสมดุลให้กับโลกด้วยการสร้างความยั่งยืนผ่านทุกกระบวนการ ทุกธุรกิจที่ดำเนินการ เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันต่อทุกภาคส่วน (Sustainable Value for Positive Impact) ส่งเสริมความหลากหลาย เท่าเทียม การมีส่วนร่วม (Diversity, Equality, Inclusion) สร้างให้เกิดโอกาสในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และมีส่วนร่วมในการฟื้นฟู ส่งต่อโลกที่น่าอยู่ให้กับทุกชีวิตพร้อมออกแบบทุกโครงการด้วยแนวคิดอารยสถาปัตย์ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงทุกพื้นที่ รวมถึง การยกระดับการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ภายใต้โครงการ “Siam Piwat 360° Waste Journey to Zero Waste” เปิด Recycle Collection Center จุดรับขยะแบบไดร์ฟทรูแห่งแรกของไทย ณ สยามพารากอน เพื่อนำขยะรีไซเคิลมาเข้าสู่กระบวนการอัพไซคลิ่งเพิ่มมูลค่า ส่วนหนึ่งกลับมาวางจำหน่ายบนพื้นที่สำหรับสินค้ารักษ์โลก “อีโค่โทเปีย (ECOTOPIA)” ร้านต้นแบบจำหน่ายสินค้ารักษ์โลก รวมถึง recycle refill reuse และ upcycling แห่งแรกในไทย ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งใน 20 ร้านค้าปลีกเยี่ยมยอดที่สุดเอเชีย จากการจัดอันดับของ Inside Retail สื่อธุรกิจรีเทลชั้นนำของเอเชีย ในปี 2022โครงการลดก๊าซเรือนกระจก จากปี 2558 กลุ่มสยามพิวรรธน์ ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก 14,600 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ton CO.2.e) หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 858,800 ต้น โครงการโซลาร์ รูฟท็อป ไอคอนสยาม เริ่มดำเนินการปลายปี 2562 ช่วยผลิตไฟฟ้าได้ 1,992,887 kWh (2562-2564) หรือช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 996 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ton CO.2.e) เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 57,921 ต้น ปัจจุบัน สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต แบงค์คอก อยู่ระหว่างพัฒนาติดตั้งโซลาร์ รูฟท็อป คาดแล้วเสร็จปี 2566 บูธของสยามพิวรรธน์ ยังมีมุมสาธิตงานหัตถศิลป์จากไอคอนคราฟต์ และสุขสยาม สร้างสรรค์งานดีไซน์ สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทย มีกิจกรรมหลากหลายไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน อาทิ การแกะหนังตะลุง ในวันที่ 14 พ.ย. ข่าวธุรกิจ การทำหัวโขนจิ๋ว วันที่ 15 พ.ย. การเขียนผ้าบาติก วันที่ 16 พ.ย. การทำขนมช่อม่วงโดย CHADA Tea Boutique วันที่ 17 พ.ย. การทำน้ำปรุง-น้ำหอมตำรับไทย วันที่ 18 พ.ย. และงาน High-Class ปักผ้าไหมไทย โดยแบรนด์ LIVE LIFE DETAIL วันที่ 19 พ.ย. โดยมีการสาธิต 3 รอบต่อวัน ในเวลา 11.00-12.00 น.14.00-15.00 น. และ 16.00-17.00 น. ณ พื้นที่สื่อมวลชน Green Press Center ฮอลล์ 5-8 ชั้น LG ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สยามพิวรรธน์ ยังได้สนับสนุนการเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ในทุกศูนย์การค้าในเครือเต็มรูปแบบ ตั้งแต่เดือน ธ.ค.2564 และในฐานะผู้แทนภาคเอกชน นำโดย ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ร่วมนำเสนอความคิดเห็นในการประชุม ABAC : APEC Business Advisory Council หัวข้อ “Thriving as Businesswomen leader in Asia Pacific” ร่วมหารือและแลกเปลี่ยนมุมมองด้านธุรกิจและความท้าทายทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เพื่อนำข้อเสนอแนะทางธุรกิจเฉพาะด้านยื่นต่อผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค วันที่ 14 พ.ย. ณ โรงแรมดิ แอทธินี กรุงเทพฯ กลุ่มสยามพิวรรธน์ยังเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงรับรองสุดยอดผู้นำภาคเอกชนของเอเปคที่สยามพารากอน และไอคอนสยาม ร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับ ข้อเสนอพิเศษให้แก่สมาชิกเอเปคผู้ถือ “บัตรเดินทางสำหรับนักธุรกิจเอเปค” หรือ APEC Business Travel Card (ABTC) พร้อมเอกสิทธิ์เหนือระดับและสิทธิประโยชน์หลากหลาย ด้าน ไอคอนสยาม จัดนิทรรศการประกวดภาพถ่าย APEC Photo Contest 2022 Exhibition วันที่ 18 ต.ค.-22 พ.ย. นำเสนอภาพกิจกรรมประกวดภาพถ่ายประจำปีของสำนักเลขาธิการเอเปค ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน ถ่ายทอดเรื่องราวความเชื่อมโยงของประชากรในเอเชีย-แปซิฟิก และผลงานที่ผ่านมาของเอเปค และนิทรรศการ ICONSIAM APEC Showcase วันที่ 9-20 พ.ย. จัดแสดงนวัตกรรมความรู้สู่ความยั่งยืน APEC Thailand 2022 เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ กับประชาชนเกี่ยวกับการประชุมเอเปค ให้คนไทยภาคภูมิใจและมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคในครั้งนี้

แนะนำข่าวธุรกิจ อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กเลย : ปปง.-ธปท.-สมาคมแบงก์ เพิ่มวิธียืนยันตัวตนฝากเงินสดผ่านเครื่อง CDM ด้วยรหัส OTP

ปปง.-ธปท.-สมาคมแบงก์ เพิ่มวิธียืนยันตัวตนฝากเงินสดผ่านเครื่อง CDM ด้วยรหัส OTP​

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย

ปปง.-ธปท.-สมาคมแบงก์ เพิ่มวิธียืนยันตัวตนฝากเงินสดผ่านเครื่อง CDM ด้วยรหัส OTP​

ธุรกิจ ร่วมกันออกแถลงการณ์เรื่อง เพิ่มวิธีการยืนยันตัวตนการฝากเงินสดผ่านเครื่อง CDM ด้วยรหัส OTP​ โดยระบุว่า ตามที่มาตรการด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ได้กำหนดให้การทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น ฝากเงินผ่านเครื่องรับฝากอัตโนมัติ (CDM) ต้องมีการแสดงตนของผู้ทำธุรกรรม เพื่อให้มีความปลอดภัย สร้างภูมิคุ้มกันให้กับระบบการเงิน และเป็นการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ภาคธนาคารจึงดำเนินการตามข้อกำหนดดังกล่าว โดยแนวทางหนึ่ง คือ ให้ผู้ทำธุรกรรมต้องแสดงตนโดยใช้บัตรเดบิต บัตรเครดิต หรือบัตรเอทีเอ็ม อย่างไรก็ตาม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ไม่มีบัตรดังกล่าวให้สามารถทำรายการฝากเงินที่เครื่องรับฝากเงิน CDM ได้ สำนักงาน ปปง. ธปท. และสมาคมธนาคารไทย จึงได้หารือร่วมกันเพื่อหาแนวทางการยืนยันตัวตนด้วยวิธีการอื่นเพิ่มเติม โดยมีหลักการว่า ต้องไม่สร้างภาระแก่ประชาชนเกินควร และมีทางเลือกในการยืนยันตัวตนได้หลายรูปแบบ จากการหารือร่วมกันทั้งสามหน่วยงาน โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ทุกรายได้ข้อสรุปร่วมกันว่า ควรเพิ่มวิธีการยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP (One Time Password) เป็นทางเลือกให้กับประชาชน โดยผู้ฝากเงินผ่านเครื่อง CDM สามารถกรอกหมายเลขประจำตัวประชาชน และเบอร์โทรศัพท์มือถือเพื่อรับรหัส OTP แล้วจึงกรอกรหัสดังกล่าวบนหน้าจอเครื่อง CDM ก่อนทำธุรกรรมฝากเงิน ซึ่งจะเป็นอีกทางเลือกให้ประชาชนสามารถใช้วิธีการแสดงตัวตน ข่าวธุรกิจ จากโทรศัพท์มือถือที่มีอยู่ได้สะดวกและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งนี้ การยืนยันตัวตนด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนมากขึ้นสำนักงาน ปปง. ธปท. และสมาคมธนาคารไทย จะร่วมกันส่งเสริมให้มีการพัฒนาและเพิ่มทางเลือกอื่นเพิ่มเติมในระยะต่อไป หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมผ่านช่องทางบริการต่าง ๆ ของธนาคารที่ท่านใช้บริการ หรือสำนักงาน ปปง.

แนะนำข่าวธุรกิจ อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กเลย : ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ “อ่อนค่า” จากความเห็นเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย